Tfpa News Update:

สรุปการประชุมกลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวาน ครั้งที่ 1/2564

เมื่อ วันที่ 11 มีนาคม 2564 กลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวาน สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป จัดการประชุมครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป โดยมี ดร.องอาจ กิตติคุณชัย อุปนายกและประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวานเป็นประธานในที่ประชุม ประเด็นที่หารือครอบคลุมถึงสภาวะแวดล้อมทุกมิติในปัจจุบัน เพื่อคาดการณ์ถึงสถานการณ์ในอนาคตของอุตสาหกรรมข้าวโพดหวาน ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนจากบริษัทต่างๆ ในโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม ได้แก่ ผู้ประกอบการข้าวโพดหวาน เมล็ดพันธุ์ สารเคมี บรรจุภัณฑ์ ฉลาก และเครื่องจักรทางการเกษตร และผู้แทนจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวโพดหวานของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมประชุมสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

1. ปริมาณผลผลิตข้าวโพดหวาน : ปี 2563 มีปริมาณผลผลิตต่ำกว่าแผนที่คาดไว้ราวร้อยละ 11 เนื่องจากปัญหาภัยแล้งช่วงเดือนมกราคม ถึง พฤษภาคม อีกทั้งสภาวะฝนทิ้งช่วงในฤดูกาลเพาะปลูกเดือนกันยายน รวมถึงสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ทำให้แผนการเก็บเกี่ยวที่วางไว้ล่าช้ากว่าปกติราว 7-10 วัน ผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวในเดือนมกราคม 2564 ต้องขยายเวลาไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตล้นตลาดเนื่องจากผลผลิตที่มีอายุเก็บเกี่ยวปกติ (ราว 75 วัน) และผลผลิตที่อายุเก็บเกี่ยวล่าช้า (ราว 90 วัน) ออกสู่ตลาดพร้อมกัน จึงเกิดภาวะผลผลิตกระจุกตัวในระยะสั้นๆ ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และคาดว่าสถานการณ์ยังคงมีต่อเนื่องถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม นอกจากนี้ อากาศเย็นต่อเนื่องหลายเดือนทำให้ต้นข้าวโพดเก็บสะสมสารอาหารมากขึ้น อีกทั้งปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก มีการจัดการเพาะปลูกที่ดี โรคและแมลงระบาดค่อนข้างน้อย รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ข้าวโพดหวานที่จำหน่ายในตลาดสดจำหน่ายได้ลดลง เกษตรกรจึงหันมาขายให้กับโรงงานแทน นอกจากนี้ยังมีการปลูกนอกแผนการผลิตอีกด้วย

2. เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน : เกิดความขาดแคลนในช่วงต้นปี 2564 เนื่องจากได้รับผลกระทบด้านภัยธรรมชาติ ทั้งอากาศหนาว และฝนตกชุกในช่วงปลายปี 2563 ส่งผลให้เมล็ดพันธุ์ขาด Stock และจากปัจจัยด้านต้นทุนต่างๆ คาดว่าเมล็ดพันธุ์มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น

3. บรรจุภัณฑ์พลาสติก : ปัจจุบัน Retort Pouch ได้พัฒนาจนผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บได้นานถึง 2 ปี และชนิดที่มีชั้น Aluminum Foil สามารถยืดอายุอาหารได้นานถึง 7 ปี ด้วยราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID19 ที่ผ่อนคลายลง และเหตุการณ์คลังน้ำมันประเทศซาอุฯ ระเบิด ส่งผลให้เม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบขยับตัวสูงขึ้นไปราว 20% และเรซินกลุ่ม PP ขยับตัวขึ้นราว 40% และมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อไป ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

4. บรรจุภัณฑ์กระดาษและสติ๊กเกอร์ : วัตถุดิบกระดาษ Art Card พึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ราคาปรับตัวสูงขึ้นราว 15% นับแต่ปลายปี 2563 สำหรับสติ๊กเกอร์ราคาทรงตัว และมีนวัตกรรมของกาวที่ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง โดยเปลี่ยนจากการใช้กาว Acrylic เป็นกาว Hot Melt ซึ่งได้พัฒนาให้เป็นกาวระดับFood Grade ที่ตอบโจทย์เรื่อง Food Safety ในประเด็นเรื่อง Migration และยังสลายตัวได้โดยไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมเมื่อทิ้งเป็นขยะ

5. บรรจุภัณฑ์กระป๋อง : ไตรมาสที่ 1/2564 มีการปรับราคากระป๋องขึ้นแล้ว 5-7% และไตรมาสที่ 2/2564 มีการแจ้งปรับขึ้นราคากระป๋องอีก 10% และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกในไตรมาสที่ 3/2564 ซึ่งมาจากสถานการณ์ราคาเหล็กทั่วโลกมีการปรับขึ้นราคา ซึ่งการปรับขึ้นราคากระป๋องอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอาหารอย่างมาก เนื่องจากได้เสนอราคาขายสินค้าไปล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ ทั้งนี้ ได้มีการหารือขอให้ผู้ผลิตกระป๋องทยอยการปรับราคา เพื่อให้ผู้ผลิตอาหารมีช่วงเวลาในการปรับตัวและแจ้งลูกค้าล่วงหน้า อีกทั้งไม่ให้เป็นภาระที่หนักเกินไปกระทั่งผู้ประกอบการรายย่อยดำเนินกิจการต่อไปไม่ได้

6. สารเคมีการเกษตร : สารสไปนีโทแรม ที่จะนำมาใช้ฉีดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยว 20 วัน เพื่อลดปัญหาสารตกค้างในข้าวโพดหวาน นอกจากนี้มีการพัฒนาสารคลุกเมล็ด (Seed Treatment) เพื่อเคลือบที่ตัวเมล็ดพันธุ์ ลดการต้องฉีดพ่นสารของเกษตรกร ซึ่งได้นำไปใช้กับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังไม่ได้ใช้กับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน

7. รถเก็บเกี่ยวข้าวโพดหวาน : ผู้ประกอบการแปรรูปข้าวโพดหวานที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ร่วมกับ บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรทางการเกษตร พัฒนารถเก็บเกี่ยวข้าวโพดหวานต้นแบบได้สำเร็จและนำมาทดลองใช้แล้ว สมรรถนะของรถสามารถเก็บเกี่ยวได้ 2-3 ไร่/ชั่วโมง โดยใช้แรงงานคนรวม 3 คน ในกระบวนการเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยลดเวลาและแรงงานลงได้มาก อย่างไรก็ตาม จะมีการพัฒนาสมรรถนะของรถต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น

8. ค่าเงินบาท : แม้สถานการณ์ปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าลงมา เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากประเทศสหรัฐฯ เริ่มควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ได้จากการให้วัคซีนแก่ประชาชน อีกทั้งภาครัฐมีนโยบายอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ และอัตราการว่างงานลดลง ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่า เงินบาทอ่อนตัว แต่คาดว่าปลายปีเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าถึง 29 บาท/USD เนื่องจากเศรษฐกิจในเอเชียจะดีขึ้น มีการเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้ตลาดสหรัฐฯ ลดความน่าดึงดูดใจ และเงินดอลลาร์จะอ่อนตัวลง ซึ่งแนะนำให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อประกันค่าเงิน

9. สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าระวางเรือสูงมาก : ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อย แม้ภาครัฐจะมีนโยบายช่วยเหลือแล้ว แต่คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงปลายปี หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น

10. การส่งออกสินค้าข้าวโพดหวาน : ปี 2563 การส่งออกขยายตัวในเชิงมูลค่าราวร้อยละ 12 ซึ่งมีปัจจัยจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีการกักตุนสินค้า ส่งผลให้สินค้า Retail Size มีความต้องการเพิ่มขึ้น สำหรับปี 2564 (มกราคม) การส่งออกหดตัว เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า ทำให้ค่าระวางเรือปรับสูงขึ้น ค่าเงินบาทแข็งส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการส่งออก และภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจาก 1. การปรับขึ้นราคาของกระป๋องและฝาในไตรมาสแรกของปี ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนจำต้องปรับราคาสินค้าขึ้น 2.ค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้น เนื่องจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ 3. ค่าเงินบาทที่ผันผวน และมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ปัจจัยต่างๆนี้ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของประเทศไทย

11. BREXIT : หลังสหราชอาณาจักร (UK) แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64 พบว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทย เพราะ UK จะปรับโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ภายหลังแยกตัวออกมาให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศ และสนับสนุนให้เกิดการแข่งขัน นอกจากนี้ UK ได้ยุติการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping Measure: AD) กับสินค้าข้าวโพดหวานแปรรูปจากไทย ทำให้ไทยไม่ต้องเสียอากร AD อีกต่อไป

12. แผนการจัดงาน 2nd International Sweet Corn Conference: สมาคมฯ วางแผนจัดงานฯ ในปี 2565 เพื่อเป็นเวทีสื่อกลางให้ผู้ผลิต นักวิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจข้าวโพดหวานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน รวมถึงร่วมกันวางแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวโพดหวาน โดยสมาคมฯจะแจ้งกำหนดการจัดงานให้ทราบในโอกาสต่อไป

SW001 SW002 SW003 SW004 SW005